|
 ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันสูงและผันผวนอยู่ตลอดทำให้ผู้ดำเนินธุรกิจพบกับปัญหาเก็บเงินค่าสินค้าหรือบริการไม่ได้ |
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
 รับดำเนินคดี ว่าต่าง แก้ต่าง และให้บริการด้านอรรถคดีทุกประเภท ในศาลทั่วราชอาณาจักร รวมทั้งการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล ซึ่งอาจจำแนกตามประเภทของงาน โดยสังเขป ดังนี้ |
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
การให้บริการด้านกฎหมายธุรกิจของ สำนักกฎหมายธนบุรี ประกอบด้วยการให้คำปรึกษาและคำแนะนำทางกฎหมาย การวางระบบ และร่างสัญญา จัดทำเอกสารทางกฎหมาย รวมทั้งการให้บริการทางกฎหมายธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งจำแนก โดยสังเขป ดังนี้
|
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
การจดทะเบียนบริษัท บริษัทจำกัด คือ บริษัทซึ่งตั้งขึ้นด้วยการแบ่งทุนเป็นหุ้นแต่ละหุ้นมีมูลค่าเท่า ๆ กัน โดยผู้ถือหุ้นต่างรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือไม่ต้องรับผิดชอบหนี้สินของบริษัทที่เกินกว่าจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ การดำเนินกิจการในรูปบริษัทจำกัดมีข้อดีกว่าการประกอบกิจการในรูปบุคคลธรรมดาหลายประการเช่น การดำเนินกิจการในรูปบริษัทจำกัดผู้บริหารต้องใช้ความรู้หลายด้านในการบริหารจัดการและปฏิบัติหน้าที่ที่กฎหมายบังคับให้นิติบุคคลต้องปฎิบัติ ไม่ว่าจะเป็นด้านบัญชี ต้องจัดทำงบการเงิน ภาษี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (vat) หากมีรายได้เกิน 1,8000,000 บาท ต่อปี การยื่นแบบแสดงรายการชำระภาษี การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับบริษัท การแก้ไขอำนาจกรรมการ การออกเสียงลงมติต่างๆการเรียกประชุมผู้ถือหุ้น เหล่านี้ต้องทำให้ถูกต้องตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ที่เกี่ยวข้อง สิ่งเหล่านี้จะเป็นการบังคับให้นิติบุคคลอยู่ในกรอบของมาตรฐานของบริษัทที่ดีทั่วไป(ในเบื้องต้น) แต่ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาจะไม่มีมาตรการทางกฎหมาย บัญชี มาบังคับ ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ ดังนั้นผู้ประกอบการจะได้รับความน่าเชื่อถือในวงการธุรกิจมากกว่าบุคคลธรรมดา อีกทั้งการจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปบริษัทจำกัดยังแยกความรับผิดของนิติบุคคล ผู้ถือหุ้นออกจากกัน ความได้รับความนิยมสำหรับในขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทนั้นมีส่วนที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจดทะเบียน 2 ประเภท ดังนี้ 1. การดำเนินการจัดตั้งบริษัทจำกัด 2. การดำเนินการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหรือเลิกและชำระบัญชีบริษัทจำกัด 1.1 การดำเนินการจัดตั้งบริษัทจำกัด ในการจัดตั้งบริษัทจำกัดนั้น จะต้องดำเนินการตามลำดับขั้นตอน ดังนี้ (1) ต้องมีผู้เริ่มก่อการตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป เข้าชื่อกันทำหนังสือบริคณห์สนธิขึ้น แล้วไปจดทะเบียน (2) เมื่อได้จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว ผู้เริ่มก่อการต้องจัดให้หุ้นของบริษัทที่จะตั้งขึ้นนั้นมีผู้เข้าชื่อจองซื้อหุ้นจนครบ (3) ดำเนินการประชุมตั้งบริษัท โดยต้องส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมให้ผู้จองทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ก่อนวันประชุม (4) เมื่อได้ประชุมตั้งบริษัท และที่ประชุมได้แต่งตั้งกรรมการบริษัทแล้ว ผู้เริ่มก่อการต้องมอบหมายกิจการให้กรรมการบริษัทรับไปดำเนินการต่อไป (5) กรรมการบริษัทเรียกให้ผู้เริ่มก่อการและผู้จองหุ้นชำระค่าหุ้นอย่างน้อยร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น (ทุนของบริษัทจะแบ่งเป็นกี่หุ้นก็ได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท) (6) เมื่อได้รับเงินค่าหุ้นแล้ว กรรมการต้องไปจดทะเบียนเป็นบริษัทภายใน 3 เดือน ภายหลังจากการประชุมตั้งบริษัท 1.2 วิธีการจดทะเบียน มีขั้นตอนดังนี้ (1) ในกรณีจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท ให้ผู้เริ่มก่อการหรือกรรมการของบริษัทจะต้องขอตรวจและจองชื่อบริษัทเสียก่อนว่า ชื่อที่จะใช้นั้นจะซ้ำหรือคล้ายกับคนอื่นที่จดทะเบียนไว้ก่อนหรือไม่ เมื่อจองชื่อได้แล้วจะต้องขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ภายใน 30 วัน (2) ซื้อคำขอและแบบพิมพ์จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจทั้ง 7 แห่ง หรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด (3) จัดทำคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอยื่นต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจพิจารณา (4) ชำระค่าธรรมเนียมตามใบสั่งของเจ้าหน้าที่ (5) ถ้าประสงค์จะได้หนังสือรับรองรายการในทะเบียน ให้ยื่นคำขอและชำระค่าธรรมเนียมต่อเจ้าหน้าที่ (6) รับใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนและหนังสือรับรองรายการในทะเบียนได้ 2. การดำเนินการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหรือเลิกและชำระบัญชีบริษัทจำกัด ในกรณีที่บริษัทจำกัดนั้นได้ตกลงที่จะแก้ไขเพิ่มเติมรายการใด ๆ ที่ได้จดทะเบียนไว้ เป็นอย่างอื่น หรือผู้ถือหุ้นจะเลิกกิจการ ก็จะต้องไปดำเนินการขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมรายการนั้น ๆ หรือจดทะเบียนเลิกและเสร็จการชำระบัญชี ณ สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทที่ห้างนั้นมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ การจดทะเบียนจัดตั้งและแก้ไขเพิ่มเติมจะต้องดำเนินการตามวิธีและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบของทางราชการได้กำหนดไว้ 2.1 รายการจดทะเบียนที่บริษัทจะต้องจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม 2.1 การแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิก่อนการตั้งบริษัท 2.2 มติพิเศษของบริษัทให้ (1) เพิ่มทุน (2) ลดทุน (3) ควบบริษัท 2.3 ควบบริษัท 2.4 แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริดณห์สนธิภายหลังตั้งบริษัท 2.5 เพิ่มทุน 2.6 ลดทุน 2.7 กรรมการ 2.8 จำนวนหรือชื่อกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัท 2.9 ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และ/หรือสำนักงานสาขา 2.10 ตราของบริษัท 2.11 รายการอื่นที่เห็นสมควรจะให้ประชาชนทราบ กิจการที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาในการยื่นจดทะเบียน (1) คำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ซึ่งต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 3 เดือน นับแต่วันประชุมตั้งบริษัท (2) คำขอจดทะเบียนแต่งตั้งกรรมการของบริษัทขึ้นใหม่ ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ตั้งกรรมการขึ้นใหม่ (3) คำขอจดทะเบียนมติพิเศษให้เพิ่มทุน หรือลดทุนของบริษัทจำกัด หรือให้ควบบริษัทจำกัด ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมได้มีการลงมติพิเศษ (4) คำขอจดทะเบียนตั้งข้อบังคับขึ้นใหม่ หรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัทจำกัด ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมได้มีการลงมติพิเศษ (5) คำขอจดทะเบียนควบบริษัทจำกัด ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้มีการควบบริษัทเข้ากัน (6) คำขอจดทะเบียนเลิกบริษัทจำกัด ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่เลิกกัน (7) คำขอจดทะเบียนเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชี ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้เปลี่ยนตัว (8) คำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจผู้ชำระบัญชี ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมได้มีการลงมติ หรือวันที่ที่ศาลได้มีคำพิพากษา (9) คำขอจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีของบริษัทจำกัด ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมได้มีการลงมติ (10) การยื่นรายงานการชำระบัญชีของบริษัทจำกัด ต้องยื่นทุกระยะ 3 เดือนครั้งหนึ่งนั้น ผู้ชำระบัญชีจะต้องยื่นรายงานการชำระบัญชี ภายใน 14 วัน นับแต่วันครบกำหนด 3 เดือน หน้าที่ของบริษัทจำกัด (1) บริษัทจำกัด ต้องทำงบการเงินอย่างน้อยครั้งหนึ่งทุกรอบสิบสองเดือน โดยมีผู้ สอบบัญชีอย่างน้อยหนึ่งคนตรวจสอบ แล้วนำเสนอที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติงบการเงินภายใน 4 เดือน นับแต่วันปิดรอบปีบัญชี พร้อมทั้งยื่นงบการเงินต่อสำนักบริการข้อมูลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด ภายใน 1 เดือน นับตั้งแต่วันอนุมัติงบการเงิน ทั้งนี้รวมถึงบริษัทที่แม้ว่าจะยังมิได้ประกอบกิจการก็ตาม จะต้องส่งงบการเงินด้วย มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท (2) จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นและให้นำส่งต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร หรือที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดแล้วแต่กรณี ภายใน 14 วัน นับจากวันที่ประชุม มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท (3) ต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญ ภายหลัง 6 เดือน นับแต่วันจดทะเบียน เป็นนิติบุคคล และจัดประชุมครั้งต่อไปอย่างน้อย 1 ครั้ง ทุกระยะเวลา 12 เดือน (4) ต้องจัดทำใบหุ้นมอบให้ผู้ถือหุ้นของบริษัท มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท (5) ต้องจัดทำสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนบริษัท
| | บาท
| 1. จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 1.1 ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1,000,000 บาท 1.2 ทุนจดทะเบียนทุก 100,000 บาท ที่เพิ่มขึ้น (เศษของ 100,000 บาท ให้คิดเป็น 100,000 บาท) 1.3 ทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 50,000,000 บาท
| | 500.-
| 50.-
| | | 25,000.-
| 2. จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด 2.1 ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1,000,000 บาท 2.2 ทุนจดทะเบียนทุก 100,000 บาท ที่เพิ่มขึ้น (เศษของ 100,000 บาท ให้คิดเป็น 100,000 บาท) 2.3 ทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 50,000,000 บาท ขึ้นไป
| | 5,000.-
| 500.-
| | | 250,000.-
| 3. จดทะเบียนควบบริษัทจำกัด
| 5,000.-
| 4. จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมบริษัท
| | 4.1 จดทะเบียนมติพิเศษ (เพิ่มทุน/ลดทุน/ควบบริษัท)
| 400.-
| 4.2 จดทะเบียนเพิ่มทุน (คิดตามทุนที่เพิ่มทุก 100,000 บาท)
| 500.-
| (เพิ่มทุนตั้งแต่ 50,000,000 บาท ขึ้นไป)
| 250,000.-
| 4.3 จดทะเบียนลดทุน
| 400.-
| 4.4 จดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิทุกข้อ
| 400.-
| 4.5 จดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับทุกข้อ
| 400.-
| 4.6 จดทะเบียนกรรมการเข้าใหม่ คนละ
| 400.-
| 4.7 จดทะเบียนกรรมการออก (ไม่กำหนดจำนวนคน)
| 400.-
| 4.8 จดทะเบียนแก้ไขอำนาจกรรมการ
| 400.-
| 4.9 จดทะเบียนแก้ไขสำนักงานแห่งใหญ่ และ/หรือสำนักงานสาขา
| 400.-
| 4.10 จดทะเบียนแก้ไขดวงตรา
| 400.-
| 4.11 จดทะเบียนรายการอื่น ๆ ซึ่งเห็นสมควรจะให้ประชาชนทราบ
| 400.-
| 5. จดทะเบียนเลิกบริษัทและชำระบัญชี
| 400.-
| 6. จดทะเบียนเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชี
| 400.-
| 7. จดทะเบียนแก้ไขอำนาจผู้ชำระบัญชี
| 400.-
| 8. จดทะเบียนแก้ไขสำนักงานผู้ชำระบัญชี
| 400.-
| 9. จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี
| 400.-
|
อ้างอิง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th |
|
|